• เรื่องของใบสัญญาในการจองแพคเกจแต่งงาน


      การเช่าตัดชุดวิวาห์ ควรอ่านสัญญาให้ครบถ้วนถึงราคาเช่าตัดนั้น ได้รวมค่าลูกไม้ หรืออื่น ๆ
      ครั้งอาจโดน บวกค่าลูกไม้ตกแต่ง หรือ คิดค่าแรงปักเลื่อม เพิ่มเติมอีก เพราะฉะนั้น ก่อนเขียน
      สัญญาควรอ่านให้ละเอียด และสอบถามเรื่องนี้เพิ่มเติมจะเป็นการดีที่สุด

      การวางเงินประกันชุดวิวาห์ บางครั้งไม่มีการตกลงในเรื่องนี้ พอทำสัญญากันเสร็จสิ้น
      ทางร้านจะมีการขอเงินประกันชุด ในการใส่วันงานเพิ่มอีก เรื่องนี้ ถึงแม้ว่าทางร้านจะคืนเงินประกันชุดให้ใน
      วันคืนชุด ก็ตาม แต่บางครั้งก็เสียความรู้สึกอยู่ลึก ๆนะค่ะ
    • เรื่องของช่างแต่งหน้าวันงาน


      ราคาไม่ได้เป็นตัวบอกฝีมือเสมอไป บางทีช่างที่ราคาไม่แพงอาจจะแต่งสวยก็ได้ ทั้งนี้ถ้าเป็นไปได้
      มีเวลา ก็ไปดูผลงาน ของช่างที่ร้าน หรือผลงานจากภาพถ่าย หลาย ๆ ท่านก่อนตัดสินใจ ช่างบางคนมีความชำนาญ
      ด้าน การแต่งหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เกล้าผมไม่เก่ง หรือไม่ชำนาญพอ คุณควร พิจารณาสอบถาม และ ดูผลงาน
      ก่อน ส่วนเรื่องทรงผมและดอกไม้ประดับผม ต้อง confirm ให้แน่นอน ว่าเราอยากได้แบบไหน ติดดอกอะไร
      ถ้าแยกช่างแต่งหน้า กับช่างทำผม ควรจะตกลงกับช่างทำผมโดยตรง ด้วยตนเองจะดีกว่า พอถึงวันจริงก็ควร
      นัดช่างก่อนเวลา 3 - 4 ชม. ก่อนเริ่มพิธี เพราะเชื่อหรือไม่ว่า การแต่งหน้า ทำผม ค่อนข้างใช้เวลามาก ถึงจะได้
      ้ผลงานที่ปราณีต อย่าคิดว่าช่างที่มีฝีมือดี ๆจะแต่งหน้าได้เร็วนะค่ะ นั่นเป็นเพราะเค้ารีบทำรีบจบงานให้ไว ๆ
      มากกว่า ส่วนฝีมือนั้นถ้าดูกันผิวเผินแล้ว คนธรรมดา ๆ อย่างเรา ๆ ที่ไม่ได้เรียนรู้เรื่องการแต่งหน้าอาจจะดูไม่ออก
      ก็ได้ การรักษาเวลาของ ช่างแต่งหน้าทำผม และตัวเจ้าสาวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ โปรดอย่ามองข้าม เรื่องนี้
      เพราะจะได้ มีเวลาแก้ไข ประดิษฐ์ประดอย อย่างสบายใจ ไม่ต้องทำแบบฉุกละหุก และทำสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ
      ปัญหาของ ช่างแต่งหน้ารับงานซ้อนเป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ กับช่างแต่งหน้าก่อน ในเรื่องของการรักษาเวลา
      ดังนั้นคุณควรขอเบอร์ช่างผมโดยตรงไว้เลยเพื่อความแน่นอน

      กรณีที่ต้องไปแต่งหน้าทำผมที่สตูดิโอ ควรเผื่อเวลาเดินทาง เผื่อเวลารถติด รวมทั้งเผื่อเวลา ที่ต้อง
      ้ไปนั่งรอคิวแต่งหน้าที่สตูดิโอ ให้ดี ๆ นะค่ะ ออ.! แล้ว อย่าลืมเผื่อเวลาตอนเดินทางกลับ มาที่สถานที่จัดงานด้วย
      ถ้าบริหารเวลาผิดพลาด เกิดมาสายเกินกำหนดเวลา 1 - 2 ชั่วโมง ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นอย่างไร
    • เรื่องของดอกไม้ประดับผมเจ้าสาว


      อย่าเชื่อใจการรับปากของช่างแต่งหน้า+ทำผม เรื่องของดอกไม้ประดับผม เพราะท่านอาจโดน
      ข้อแก้ตัวมาตราฐานเมื่อ ถึงวันจริง ว่า " หาดอกไม้ตามที่ต้องการไม่ได้ เพราะไม่มีขาย หรือว่าขาดตลาด เลยเอา
      ดอกไม้...?..... มาแทน " ถามว่าถ้าโดนคำตอบแบบนี้ ประกอบกับเวลาที่บีบมาเรื่อย ๆ คุณจะมีเวลาที่ไหน
      มาหาดอกไม้ประดับได้ตามที่ตัวเองชอบ ทางออกที่ดีที่สุดคือตกลง เฉพาะราคาค่าแต่งหน้าทำผม ส่วนดอกไม้ทำผม
      ให้คิดแยกออกต่างหาก แต่ถ้าคู่บ่าวสาวไม่คิดมากกับ เรื่องนี้ หรือ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก ก็คงไม่มีอะไร
      น่าซีเรียส
    • เรื่องของช่างภาพ ช่างถ่ายภาพวันงาน


      ควรกำหนดให้ช่างภาพมาก่อนเวลา เพื่อเก็บภาพบรรยาศก่อนแขกเดินทางมาถึง และคู่บ่าวสาว
      ได้มีเวลา ถ่ายรูปส่วนตัวก่อน เคยมีหลายคู่ที่ พลาดโอกาสได้ถ่ายรูปส่วนตัว ในสถานที่จัดงาน หรือในบรรยากาศ
      สวย ๆ ในสวนของโรงแรม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

      การทำความเข้าใจกับช่างภาพ ถึงรูปแบบรูป ที่คุณอยากให้เป็น เช่นอยากให้มีภาพบรรยากาศ
      หน้างาน ในงานแค่ไหน เน้นภาพคู่มาก น้อยแค่ไหน บางครั้งได้ภาพ คู่บ่าวสาวมากเกินไป หรือ ได้ภาพเดียว ๆ
      มากกว่า มีภาพของแขกเหรื่อ มากเกิน ภาพออกมาดีมีแต่รูปเจ้าบ่าว เจ้าสาวเสียดายที่ถ่ายรูปคู่กับเจ้าบ่าวน้อยไป
      บางภาพเจ้าบ่าวดูดี เจ้าสาวดูไม่ดีเท่าไหร่ เลยมีรูปให้เลือกน้อย ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขยายรูปไหนดี รูปที่ดีก็ดันถ่าย
      กับญาติ ๆ อะไรจำพวกนี้ ตกลงกับช่างภาพให้ดี รูปที่เราอยากให้ช่างถ่ายรูปในงาน เป็นแบบใด เช่นเอารูปจับมือ
      เอารูปเดินมาแบบนี้นะ เอารูปเผลอ ๆ ประมาณนี้นะ เอารูปของแต่ง เช่น เทียน ดอกไม้ พาน ของชำร่วย ถ่ายเราจาก
      ฯลฯ เพราะบางที ไม่ได้ทำความเข้าใจ กับช่างภาพ ก็ถ่ายไปเรื่อย ผลพอล้างภาพออกมา ก็อาจจะได้ผลงานที่
      หงุดหงิดหัวใจ เจ้าภาพได้เหมือนกัน

      หาโอกาสถ่ายภาพกับครอบครัวไว้ก่อน คือควรจะถ่ายรูป กับคุณพ่อคุณแม่และครอบครัว ไว้ก่อน
      เริ่มงาน เพราะเมื่อแขกมากันแล้ว โอกาสถ่ายไม่มีแล้วค่ะ พ่อแม่ก็ต้องดูแลรับแขกของท่าน (ซึ่งอาจจะมากกว่าแขก
      เราเองอีกค่ะ ) จะได้ไม่เกิดปัญหาพองานจบมานั่งดูรูป เกิดไม่มีเฉพาะที่ถ่ายในครอบครัวตัวเองเลย หรือท่ามี ก็จะ
      มีรูปคนอื่นมาแจมอีก มันก็จะเสียโอกาสตรงนี้ไปนะ เผื่อ ๆ ไว้หน่อย
    • เรื่องของนักดนตรี


      ทำความเข้าใจเรื่องการรักษาเวลา นักดนตรีส่วนใหญ่ต้องมาถึงสถานที่จัดงานก่อนเวลา 1-2 ชม.
      เป็นอย่างน้อย เพื่อเตรียมหาที่ในการจัดวาง อุปกรณ์ และเซทเครื่องดนตรี ให้พร้อมก่อนถึงเวลา ต้องมีการตั้งเสียง
      ต่าง ๆ นา ๆ อีก คุณควรตกลงกับนักดนตรีถึงนี้ด้วย เพราะบางครั้งแขกเข้ามาในงานกันแล้ว นักดนตรียังมานั่ง
      เซตเสียง เครื่องดนตรีกันอยู่เลย

      อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ควรเตรียมแผนสองไว้เสมอ ในเรื่องของเครื่องดนตรี หากมีการผิดพลาด
      เกิดขึ้นเช่น สายเครื่องดนตรีขาด ระหว่างเล่นดนตรี ไฟฟ้าขัดข้อง สายเสื่อมสถาพใช้งานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ,
      ไมล์ใช้งานไม่ได้เนื่องจากถ่านหมด ,สัญญาณไมล์ลอยติด ๆ ดับ ๆ เหล่านี้ควรตกลงกับ นักดนตรีก่อนว่าถ้าเกิด
      เหตุการณ์เหล่านี้ เขาเตรียมทางแก้ไขไว้พร้อมหรือยัง คิดดูเอาเองนะค่ะ ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์
      นี้ขึ้นจริง ๆ ขณะนั้นตัวบ่าว-สาว ก็ยืนรับแขกอยู่ด้านหน้างาน มันอึดอัดหัวใจเพียงใด เพราะตอนนั้นบ่าวสาว
      คงได้แต่ยืนดูตาปริ่บ ๆ
    • เรื่องของ Presentation และปัญหาของลำโพงขยายเสียง


      การทำความเข้าใจซักซ้อม ควรทำความเข้าใจกับคนเปิด Presentation ,ผู้ควบคุมในการ
      หรี่ไฟ , ผู้ควบคุมดนตรี หรือคุมแผ่น CD เพลง ให้เข้าใจ ตรงกันให้มากที่สุด และควรซ้อมก่อนถึงเวลาจริง ๆ
      อย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อหาข้อผิดพลาดและแก้ไข

      ปัญหาการเปิด File Presentation ไม่ได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับหลายงานมาแล้ว
      เหตุเพราะ บางครั้ง เจ้าบ่าวทำ Presentation เอง หรือ ไม่ก็เพื่อน ๆ สนิท เป็นคนทำให้ ตอนทำก็ใช้
      เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่บ้านทำ แต่พอใช้งานจริง ก็ Write ใส่แผ่น CD มาใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง
      และไม่ได้ทำการทดลองก่อน ผลปรากฏพอถึงเวลาฉาย Presentation กลับเปิดไม่ออก ทำให้เสียโอกาส
      เสียความรู้สึก ต้องข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย ถ้าเป็นกรณีนี้ ขอแนะนำ ให้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำ Presentation
      ในตอนแรก ยกใส่รถเป็นเครื่องสำรองไว้ด้วย จะได้ไม่เสียเวลาขับรถ วิ่งไป วิ่งมา ให้เสียเวลายอมเหนื่อยในครั้งแรก
      ไว้ก่อน จะดีกว่ามั้ย กันไว้ดีกว่าแก

      ปรับเสียงลำโพงให้เป็นระบบ MONO จะดีที่สุด ถ้าลำโพงเสียงเป็น เซอร์ราวน์ + สเตอริโอ
      นั้นหมายความว่า เสียงลำโพงดนตรี กับเสียงร้อง จะถูกแยกกันโดยระบบ - ทำให้แขกที่นั่งอยู่ด้านฝั่งลำโพง
      เซอร์ราวน์จะ ไม่ได้ยินที่บ่าวสาว พูดบนเวทีค่ะ ทางที่ดีที่สุดควรให้นักดนตรี หรือผู้ควบคุมเครื่องเสียง ปรับลำโพง
      ให้ MONO ตลอดงาน จะดีที่สุด

       

    • เรื่องจิปาถะ อื่น ๆ


      กำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน ว่าใคร จะขอให้มาช่วย ยกหรือถือ อะไร ในวันเช้าขันหมาก หรือคนนั่ง
      หน้าโต๊ะรับแขก ในช่วงงานเย็น หรือกำหนดแม่งาน ให้แน่นอน

      ระวังรอยเปื้อนชุดแต่งงานเจ้าสาวควรระวังเรื่องคราบที่จะเปื้อนชุด เช่น คราบจากสีดอกไม้
      จากพวงมาลัย คราบจากเครื่องสำอาง หรือแป้ง ซึ้งบาง ครั้งหากซักไม่ออก ทางร้านจะคิดค่าปรับ พวงมาลัย
      จึงควรเป็นพวงมาลัยสด มากกว่าพวงมาลัยย้อมสี (ปัจจุบันก็นิยมพวงมาลัยสดอยู่แล้ว)

      สมุดประสาทพร ที่ต้องใช้ จะอยู่ระหว่าง 3 - 4 เล่ม (อย่าลืม ปากกาสี ) , กาวติดกระดาษ,
      กระดาษกาว , ที่หนีบ แม๊ก ลูกแม๊ก เอาไปเผื่อไว้ก่อน เพราะบางช่วงเวลาแขกอาจมาพร้อมกันหลายคน ทำให้
      บางครั้งแขกต้อง ยืนรอเซ็นสมุดอวยพรหน้างาน เพราะสมุดเซ็นมีเล่มเดียวหรือสองเล่มเท่านั้น แถม ปากกาสี
      ก็มีไม่เพียงพอ

      แผนที่โต๊ะ หรือ ป้ายชื่อโต๊ะ ( โต๊ะจีน ) ควรทำไว้เพื่อไม่ให้แขกงง และคนเชิญแขกจะได้ไม่งง
      และเพื่อเป็นระเบียบในการให้แขก ได้นั่งในที่ ที่เรากำหนด

      น้ำดื่ม "อวยพร"หรือพวงมาลัยคล้องบ่าวสาว ควร กำหนดคน กำหนดเวลา ไว้ด้วยว่าใครจะ
      เป็นผู้ถือส่งให้ประธานในพิธี หรือผู้กล่าวนำอวยพรบ่าวสาว

      กรณีสั่งดอกไม้เพิ่ม ถ้าสั่งดอกไม้เพิ่ม - ควรคุยราคาให้ชัดเจนก่อน พราะราคาดอกไม้ในท้องตลาด
      จะขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาไม่แน่นอน และเพื่อป้องกัน การ โก่งราคากันภายหลัง

      เจ้าสาวงานเย็นที่ใส่ชุดยาวลากพื้น ได้โปรดมั่นใจและจำไว้ว่า ไม่ต้องถกกระโปรง เพราะ
      ตอนดูรูปว่า เจ้าสาวถกกระโปรง ตลอดทั้งงาน จะดูไม่สวย มันจะเลอะ ก็ปล่อยมันเลอะไปเลยค่ะ

      เตรียมกระดาษซับมัน บางทีอากาศร้อน ทำให้เจ้าสาวมีเหงื่อออกตามผิวหน้า อาจทำให้
      เครื่องสำอาง เลอะได้ ควรพกกระดาษซับมันไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาใช้งานจะได้หยิบใช้ได้ทันท่วงที

      กรณีจัดงาน Outdoor ในการจัดงานกลางแจ้ง เช่นในสวนสาธารณะ ริมทะเล สนามกีฬา
      ปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยคือ "ไฟฟ้าตก" โดยเฉพาะในช่วงหัวค่ำซึ่งเป็นเวลาที่ ทุกครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าพร้อมกัน
      ทำให้เกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้าตกได้เดี๋ยวตรงโน้นดับ ตรงนี้ดับ เกิดปัญหากับช่างไฟฟ้า ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรดี
      ข้อแนะนำขอให้มีการเผื่อเรื่องเครื่องปั่นไฟ ไว้เป็นดีที่สุด

      กรณีของชำร่วยไม่พอ ควรมีการเผื่อของชำร่วย นอกเหนือจากแขกที่เชิญไว้ ไม่น้อยว่า 100 ชิ้น
      จะเป็นการดี เผื่อเหลือไว้ก่อนอุ่นใจที่สุดค่ะ